3 ก.ค. 2557 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดประชุมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ในการใช้บัญชีข้อมูลยาและรหัสยามาตรฐานไทย (Thai Medicines Terminology - TMT) ในการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลสิทธิข้าราชการ แก่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทุกแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 700 คน โดยมี นายแพทย์พิเชฏฐ ลีละพันธ์เมธา ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 7 ขอนแก่น เป็นผู้กล่าวต้อนรับ
นายแพทย์เทียม อังสาชน ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนามาตรฐานระบบข้อมูลสุขภาพไทย (ศมสท.) ระบุว่า การประชุมในครั้งนี้เป็นการให้ความรู้ ในการใช้บัญชีข้อมูลยาและรหัสยามาตรฐานไทย ซึ่งเป็นบัญชีมาตรฐานรายการยา และมาตรฐานรหัสยาที่ชี้เฉพาะถึงรายการยาแต่ละรายการ ครอบคลุมรายการยาที่ใช้ในระบบบริการสุขภาพไทยเป็นมาตรฐานที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยบริการและมีความแม่นยำในการระบุรายการยาทั้งในระดับชื่อสามัญ (Generic) และชื่อการค้า (Trade) รวมถึงการระบุรูปแบบของยา ความแรง ขนาดบรรจุของยา รวมไปถึงผู้ผลิตยาได้
นายแพทย์บุญชัย กิจสนาโยธิน ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชสารสนเทศ ศมสท. กล่าวว่า ปัจจุบันในระบบสุขภาพของไทยมีแหล่งผู้ผลิตยาจากหลายแหล่ง ตัวอย่างเช่น ยาที่ผลิตโดยบริษัทยา ซึ่งต้องขึ้นทะเบียนยาที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ยาที่มีการผลิตขึ้นโดยหน่วยงานราชการ แต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนยากับ อย. เช่น องค์การเภสัชกรรม (อภ.) รวมทั้งรายการยาที่ผลิตเองในโรงพยาบาลต่างๆ คาดว่ามียาที่ใช้บ่อยๆ ในระบบประมาณ 10,000 รายการจากจำนวนรายการยาทั้งหมด 40,000 รายการ ซึ่งหากมีการจัดรหัสยามาตรฐานจะช่วยให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลการใช้ยามีประสิทธิภาพมากขึ้น การพัฒนาบัญชีข้อมูลยาฯ ครั้งนี้นอกจากการใช้เพื่อลงรหัสยาเพื่อเบิกจ่ายแล้ว ในอนาคต ยังช่วยในการเตือนเรื่องการแพ้ยา ภาวะเชื้อดื้อยาได้
ทั้งนี้คณะกรรมการกำหนดระบบบริหารยา เวชภัณฑ์ การเบิกจ่ายค่าตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ มีมติเมื่อปี 2556 ให้ใช้บัญชีข้อมูลยาและรหัสยามาตรฐานไทย (TMT) เป็นมาตรฐานบัญชีรายการยาและรหัสยาของประเทศในการเชื่อมโยงรหัสยาของโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อเบิกจ่ายในระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ และในระยะถัดมาจะใช้ในโปรแกรมของโรงพยาบาลใช้สำหรับการสั่งซื้อและเบิกจ่ายยากับทั้ง 3 กองทุนสุขภาพ คือ สิทธิสวัสดิการข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ สิทธิประกันสังคม และ สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง)
ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai